ADVERTISEMENT

ศักดิ์ศรีเมืองสะอาด

รางวัลพระราชทาน เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ปี 2555

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้ดำเนินการศึกษาพัฒนากรอบแนวคิดและเกณฑ์ชี้วัดเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนสำหรับเทศบาลทุกระดับ โดยน้อมนำกระแสพระราชดำรัสและแนวทาง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

เทศบาลเมืองที่มีค่าดัชนีความน่าอยู่สูงสุด อันดับที่ 1

เทศบาลเมืองพนัสนิคมได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณจากสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI AWARDs) ให้เป็นเทศบาลเมืองที่มีค่าดัชนีความน่าอยู่สูงสุด อันดับที่ 1 ของประเทศ จากศาสตราจารย์นายแพทย์  ประเวศ  วะสี โดยมีดัชนีความน่าอยู่ของเมือง 5  มิติ เป็นตัวชี้วัด ได้แก่ มิติเมืองปลอดภัย มิติเมืองสะอาด มิติเมืองคุณภาพชีวิต มิติเมือง  ธรรมาภิบาล และมิติเมืองวัฒนธรรม

รางวัล 1 ใน 1,000 เมืองระดับโลก รณรงค์พิทักษ์คุณภาพชีวิตและสุขภาพคนเมือง

เทศบาลเมืองพนัสนิคม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ร่วมเป็น 1 ใน 1,000 เมืองระดับโลก รณรงค์พิทักษ์คุณภาพชีวิตและสุขภาพคนเมือง มอบโดยกระทรวงสาธารณสุข และ World Health Organization

aW1hZ2UvMjAxOC0xMi8zMDgxNzNkYTcyYzlmNGI0MDhhMmY0MTY3ZDUwNzgxYi5qcGc-300x200
aW1hZ2UvMjAxOC0xMi84N2QyNDFhZDg3N2E4OTA0ZjA5MTAzYjRmN2VmYWE0NC5qcGc-300x201
14359163_1741880656076165_4061225072055289324_n-300x208
14355178_1741881709409393_5343926135362642358_n-300x209
5e5a8e21acca8f25510b795800da42573c97ffe75a5f54a90ef4f41f5ec7cf08-1
13680708_878477715614043_3359148395919699391_n-768x512
img_6104-300x225
P4030641-300x225
P4030754-300x225

ใครจะเชื่อว่าจากเมืองผ่านทางที่ไม่มีใครแม้แต่จะหยุดรถ หากไม่มีธุระสำคัญ กลายเป็นเมืองต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืนในระดับอาเซียน และติด 1 ใน 1,000 เมืองระดับโลกที่พิทักษ์คุณภาพชีวิตและสุขภาพคนเมือง จากการคัดเลือกขององค์การอนามัยโลก

“เทศบาลเมืองพนัสนิคม” ได้รับการยอมรับว่า เป็นเมืองต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นเมืองน่าอยู่อันดับหนึ่งของประเทศมาอย่างยาวนานถึงสามสิบปี ที่นี่บนฟุตบาทมีทางสำหรับคนตาบอดโดยเฉพาะทุกครัวเรือนมีถังแยกขยะ แทบไม่มีเศษขยะและไม่มีถังขยะให้คนทิ้งเวลาเดินไปตามท้องถนน

ยิ่งกว่านั้นทุกครัวเรือนมีบ่อดักไขมันก่อนน้ำเสียจะถูกส่งไปยังท่อระบายน้ำเสีย และสู่โรงบำบัดน้ำเสียต่อไปฝาท่อระบายน้ำก็ปลอดภัยสำหรับคนสัญจรไปมา นอกจากนี้มีสนามกีฬายังออกแบบให้เป็นลักษณะ universal design อำนวยความสะดวกให้คนพิการและคนสูงวัย มีสวนสาธารณะปลูกต้นไม้ใหญ่กลางเมืองเนื่องจากเป็นเมืองที่ไม่มีขยะ บ่อทิ้งขยะเดิมพื้นที่หลายสิบไร่จึงถูกเปลี่ยนเป็นสวนผักปลอดสารพิษ

สิ่งที่กล่าวมาล้วนเป็นฝีมือของ “นายวิจัย อัมราลิขิต” ในฐานะนายกเทศมนตรี ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ในฐานะอดีตวิศวกรปริญญาโทจากอเมริกา สิ่งแรกที่ “วิจัย” วางแผนและลงมือทำคือจัดการพื้นที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย จนประสบความสำเร็จได้รับรางวัลชนะเลิศเมืองที่มีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยจากสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย 3 ปีซ้อน ทุกครั้งที่ได้รับรางวัล เขาจะปลูกฝังความเชื่อมั่นลงไปในจิตใจของชาวบ้าน ด้วยการแห่ถ้วยรอบตลาดกลางเมืองพร้อมกับจัดงานเลี้ยงฉลองสร้างความภูมิใจร่วมกัน

ในด้านการบริหารจัดการ แบ่งทีมงานออกเป็น 3 ระดับ คอยดูแลความสะอาดเรียบร้อยให้กับถนนเส้นหลักทั้ง 3 เส้น ได้แก่ กลุ่มคนงานกวาดถนน, กลุ่มโฟร์แมนคอยขี่จักรยานตรวจสอบ และกลุ่มซุปเปอร์ไวเซอร์ขับมอเตอร์ไซค์ตรวจตราอีกครั้ง

หากย้อนเวลากลับไปในอดีตเมื่อปี พ.ศ. 2530 ปัญหาขยะเป็นเรื่องหนักใจของเมืองพนัสนิคม ในแต่ละวันมีขยะมากถึง 25 ตันหรือ 25,000 กิโลกรัม ทั้งที่มีประชากรเพียงแค่ 1.3 หมื่นคนเขาแก้ปัญหาแบบง่ายๆ แต่ลุ่มลึกด้วยการสั่งปรับขนาดถังขยะจาก 200 ลิตร เป็น 20 ลิตรจำนวน 3 ใบ แบ่งสีตามประเภทของขยะ แจกจ่ายไปตามบ้านเรือน กำหนดเวลาเก็บชัดเจน จนมีผลให้แต่ละบ้านรู้จักคัดแยก หากบ้านใครไม่ยอมแยก รถเก็บขยะจะไม่เก็บขยะบ้านนั้นส่งผลให้ลดปริมาณขยะลงจาก 2.5 หมื่นกิโลกรัม เหลือเพียง 1.5 หมื่นกิโลกรัมในปัจจุบัน โดยตั้งเป้าให้เหลือน้อยกว่า 1 หมื่นกิโลกรัมภายในเวลาอันใกล้

เขาสร้างแรงจูงใจในการคัดแยกขยะ ด้วยการหยิบยื่นโอกาสให้กับผู้ว่างงานในชุมชนโดยให้ซาเล้งฟรี ขับไปรับซื้อขยะรีไซเคิล เช่น กล่องกระดาษ พลาสติกตามบ้านเรือน วิธีนี้ทำให้คนว่างงานลดลงอีกด้วย

ในด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม “นายกฯวิจัย” ติดต่อแหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมธนาคาร รวมถึงหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ สามารถสร้างสวนสาธารณะและลานกีฬาขนาดใหญ่ ที่ครบครันไปด้วยสระว่ายน้ำ, สนามเทนนิส, สนามฟุตบอล, สนามเปตอง และสนามบาสเก็ตบอล สร้างหอประชุมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดชลบุรีได้สำเร็จ

หากใครผ่านไปพนัสนิคมจะเห็นต้นไม้ขนาดใหญ่แต่ละต้นจะมีเลขนัมเบอร์ประจำต้นเหมือนสิงคโปร์ โดยมีกองช่างเป็นผู้ดูแล และยังได้รับงบประมาณอีกราว 20 ล้านบาทจากสหภาพยุโรป มาพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของเทศบาล เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองคาร์บอนต่ำในอนาคต

ในการดูแลเทศบาลเมืองพนัสนิคม แบ่งออกเป็น 12 ชุมชนย่อย กระจายอำนาจให้ดูแลกันเองผ่านคณะกรรมการบริหารชุมชนที่มีทั้งหมด 9 คน คอยดูแลในแต่ละด้าน เช่น การศึกษา, การคลัง, โยธา, สาธารณสุข, สวัสดิการปกครอง และกฎหมายทุกตำแหน่งคัดเลือกโดยประชาชน มีความสอดคล้องและผสานกับเทศบาล มีการประชุมร่วมกันทุก 2 เดือน และอบรมให้ความรู้เรื่อง SWOT Analysis หรือ การวิเคราะห์สภาพขององค์กร ให้รู้จุดแข็ง, จุดอ่อน, โอกาสและอุปสรรคของชุมชน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหา หรือนำเสนอโอกาสในพัฒนาชุมชนได้ดีที่สุด

น่าสนใจตรงมีการแลกเปลี่ยนสื่อสารระหว่างประชาชนและผู้บริหารได้อย่างใกล้ชิด โดยใช้วิธีการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้บริหาร, กลุ่มพนักงานเทศบาล และกลุ่มประชาสัมพันธ์ ที่ประชาชนทุกระดับสามารถเข้าร่วมได้นับเป็นจุดแข็งของพนัสนิคม

ทั้งนี้ ชุมชนย่อยแต่ละแห่งประกอบด้วยประชาชนราว 800 คน มีจุดเด่นแตกต่างกันไปตามความเข้มแข็งและความถนัดของชาวบ้าน เช่น กลุ่มเครื่องจักสาน ที่สร้างสรรค์ผลงานระดับประเทศ กลุ่มพัฒนาสิ่งแวดล้อม ที่นำขยะอินทรีย์จากตลาดมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลากหลายรูปแบบ สร้างรายได้ให้กับชุมชน เป็นต้น

จึงไม่แปลกใจชื่อเสียงเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ของพนัสนิคมจะเป็นที่รู้จักระดับประเทศ ได้รับรางวัลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง มีหลายหน่วยงานมาศึกษาอย่างไม่ขาดสาย

—————————————————————————

ขอบคุณภาพประกอบจาก เว็บไซต์ voicetv.co.th โดย : เสกสรร โรจนเมธากุล, เว็บไซต์สยามรัฐ, esquire.co.th, museumthailand.com, onetonion.com, thaimtb.com, facebook I-Destiny, facebook ที่นี่ชลบุรี

Welcome Back!

Login to your account below

Create New Account!

Fill the forms below to register

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.